ปลูกพืชสารพันความรู้เทคนิคเกษตร

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ให้ระวัง โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ในพริกทุกช่วงระยะ

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ให้ระวัง โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ในพริกทุกช่วงระยะ

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ให้ระวัง โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ในพริกทุกช่วงระยะ
เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น เตือนผู้ปลูกพริก ในระยะ ทุกระยะการเจริญเติบโต รับมือโรคที่มีสาเหตุจากไวรัสโรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ที่สำคัญของพริก ได้แก่

๑. โรคใบด่าง พบต้นพริกเตี้ย แคระแกร็น ใบมีอาการด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อน บิดเบี้ยว ผิดรูปร่างและลดขนาดเรียวเล็กลง อาจพบจุดแผลตายเฉพาะแห่งสีน้ำตาลบนใบ ดอกหลุดร่วงง่าย ผลมีผิวขรุขระ ขนาดเล็กลง และอาจพบอาการด่างบนผลพริก

๒. โรคเส้นใบด่างประ พบอาการใบด่างสีเขียว หรือเหลืองสลับเขียวเข้ม และมีขีดหรือจุดประสีเขียวเข้มตามเส้นกลางใบ ใบลดรูปมีขนาดเล็กลงและบิดเบี้ยว ถ้าเชื้อเข้าทำลายในระยะต้นกล้า ต้นจะแคระแกร็น แตกกิ่งด้านข้างลดลง ติดดอกน้อยลง ดอกร่วงก่อนติดผล หากติดผลผลจะมีขนาดเล็ก ด่างและบิดเบี้ยว

๓. โรคใบหงิกเหลือง พบอาการใบด่างเหลือง เป็นขีดหรือหย่อมโปร่งแสงระหว่างเส้นใบ บางครั้งเส้นใบย่อยมีสีเหลืองและสานเป็นร่างแหบริเวณโคนใบ ใบโค้งงอ หงิกย่น บิดเบี้ยว ยอดเป็นกระจุก ต้นแคระแกร็น ผลพริกด่าง บิดเบี้ยว และมีขนาดเล็กผิดปกติ

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ให้ระวัง โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ในพริกทุกช่วงระยะ
เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

๑. ใช้พันธุ์พริกที่ต้านทานโรค

๒. ไม่นำผลพริกจากต้นที่เป็นโรค มาเพาะขยายพันธุ์

๓. ควรเพาะกล้าพริกในมุ้งกันแมลง และคัดเลือกกล้าพริกที่แข็งแรงและไม่เป็นโรคมาปลูก

๔. หมั่นตรวจแปลงปลูก หากพบพริกที่แสดงอาการของโรคให้ถอนและนำไปเผาทำลายนอกแปลงทันที

๕. หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ เช่น สาบแร้งสาบกา กะเม็ง หญ้ายาง และกระทกรก

๖. ไม่ปลูกพืชหมุนเวียนที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อไวรัส เช่น มะเขือต่างๆ ยาสูบ แตงกวา ฟักทอง บวบเหลี่ยม และ มะระจีน

๗. ไวรัสสาเหตุโรคพืช ยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่ป้องกันการระบาดของโรคได้ โดยพ่นสารกำจัดแมลงพาหะนำโรค ดังนี้

– แมลงหวี่ขาว ได้แก่ อิมิดาโคลพริด ๑๐% เอสแอล อัตรา ๔๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ ฟิโพรนิล ๕% เอสซี อัตรา ๔๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

– เพลี้ยอ่อน ได้แก่ อิมิดาโคลพริด ๑๐% เอสแอล อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน ๑๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๑๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือฟิโพรนิล ๕% เอสซี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ อีโทเฟนพร็อกซ์ ๒๐% อีซี อัตรา ๓๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

ดาน์โหลดฟรี เอกสารวิชาการ “คู่มือศัตรูพริก”

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ให้ระวัง โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส ในพริกทุกช่วงระยะ
เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก

ขอบคุณที่มา : facebook เพจ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button